VPN ความรู้ทั่วไป

NAT และ VPN: ทฤษฎีเครือข่ายที่นักศึกษา IT ต้องรู้

จาก: MrJodoi • 58:34

NAT และ VPN เป็นหัวข้อสำคัญในวิชา Network ที่นักศึกษา IT ต้องเข้าใจ บทความนี้สรุปจากการบรรยายของอาจารย์ MrJodoi ครอบคลุมตั้งแต่ Private IP (RFC 1918), NAT ทั้ง 3 ประเภท ไปจนถึง VPN แบบต่างๆ

1

คำศัพท์พื้นฐานที่ต้องรู้

3 คำศัพท์สำคัญ:

  1. CIDR (Classless Inter-Domain Routing):
  • ไม่สนใจ Class (A, B, C)
  • สนใจแค่ค่า Subnet Mask (/24, /30, /32)
  • IP ยุคปัจจุบันใช้ CIDR ทั้งหมด
  1. NAT (Network Address Translation):
  • แปลง Private IP เป็น Public IP
  • ทำให้เครื่องในวงออกอินเทอร์เน็ตได้
  • ใช้ Router, Firewall หรือ Server ทำ NAT
  1. Private Network (RFC 1918):
  • IP ที่ใช้เฉพาะในวงภายใน
  • ออกอินเทอร์เน็ตไม่ได้โดยตรง
  • ต้องผ่าน NAT ก่อน
2

Private IP ที่ต้องจำ (RFC 1918)

IP Private 3 ชุดที่ต้องจำให้ได้:

ClassIP Rangeหมายเหตุ
A10.0.0.0 - 10.255.255.255เบอร์ 10 ทั้งหมด
B172.16.0.0 - 172.31.255.255เฉพาะ 172.16-31
C192.168.0.0 - 192.168.255.255ชุดที่คุ้นเคย

หลักการจำ:

  • เจอ IP 3 ชุดนี้ = Private IP (อยู่ใน LAN)
  • นอกเหนือจากนี้ = Public IP (อยู่บน Internet)
  • Private IP ต้องมี NAT ถึงจะออกอินเทอร์เน็ตได้

ตัวอย่าง:

  • 10.0.0.1 = Private
  • 172.16.1.1 = Private
  • 192.168.1.1 = Private
  • 171.69.1.1 = Public
3

NAT ประเภทที่ 1: Static NAT

ลักษณะ:

  • One-to-One (1 ต่อ 1)
  • Fix ตายตัว ใครคู่ไหนคู่นั้น
  • Public IP 1 ตัว = Private IP 1 ตัว

ตัวอย่าง:

`

Public IP Private IP

203.111.1.1 <-> 192.168.1.1

203.111.1.2 <-> 192.168.1.2

203.111.1.3 <-> 192.168.1.3

`

ข้อดี:

  • จับคู่ตายตัว ไม่เปลี่ยน
  • เหมาะกับ Server ที่ต้องการ IP คงที่

ข้อเสีย:

  • ต้องมี Public IP เท่ากับจำนวน Private IP
  • ใช้จะใช้ไม่ใช้ก็จองไว้
4

NAT ประเภทที่ 2: Dynamic NAT

ลักษณะ:

  • One-to-One (1 ต่อ 1) เหมือน Static
  • แต่ไม่ Fix = Random สุ่ม
  • ใครเปิดก่อนได้ก่อน

ตัวอย่าง:

`

Public IP Pool: 203.111.1.1-5 (5 IP)

Private IP: 192.168.1.1-9 (9 เครื่อง)

เครื่อง 1.7 เปิดก่อน -> ได้ 203.111.1.1

เครื่อง 1.2 เปิดที่ 2 -> ได้ 203.111.1.2

เครื่อง 1.9 เปิดที่ 3 -> ได้ 203.111.1.3

...

เครื่อง 1.3 เปิดที่ 6 -> ไม่ได้! (Public หมด)

`

ข้อจำกัด:

  • มี Public IP กี่ตัว ก็ออกได้พร้อมกันเท่านั้น
  • Public หมด = เครื่องใหม่ออกไม่ได้
  • ต้องรอเครื่องอื่นหยุดใช้ก่อน
5

NAT ประเภทที่ 3: PAT (Overloading)

ลักษณะ:

  • One-to-Many (1 ต่อ หลาย)
  • ใช้ Public IP แค่ตัวเดียว!
  • แยกกันด้วย Port Number
  • นิยมใช้มากที่สุด

ตัวอย่าง:

`

Public IP: 203.111.1.1 (ตัวเดียว)

192.168.1.1 -> 203.111.1.1:50001

192.168.1.2 -> 203.111.1.1:50002

192.168.1.3 -> 203.111.1.1:50003

`

ข้อจำกัด:

  • 1 Public IP รองรับประมาณ 65,000 Session
  • ถ้าคนใช้เยอะ (มหาวิทยาลัย, โรงงาน) อาจไม่พอ
  • ควรมี Public IP หลายตัว

อุปกรณ์ที่ทำ PAT:

  • Router ตามบ้าน
  • มือถือที่เปิด Hotspot
  • Firewall (FortiGate)
  • Linux Server
6

VPN คืออะไร?

Virtual Private Network:

  • เครือข่ายเสมือนส่วนตัว
  • ใช้ Service ใน LAN ผ่าน Internet ได้
  • เหมือนอยู่ในออฟฟิศ แม้ทำงานจากที่บ้าน

ข้อดีของ VPN:

  1. ประหยัด - ใช้ Internet แทนการเช่าสาย Leased Line
  2. ปลอดภัย - เข้ารหัสข้อมูล มีการยืนยันตัวตน
  3. ขยายง่าย (Scalable) - เพิ่ม User ได้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม

Service ที่ใช้ผ่าน VPN:

  • โปรแกรมบัญชี
  • e-Learning
  • ใบเสนอราคา
  • Share File (Windows Share)
  • Remote Desktop
7

VPN 2 ประเภทหลัก

1. Site-to-Site VPN:

  • Router ต่อ Router
  • เชื่อม HQ กับ Branch Office
  • อุปกรณ์อยู่กับที่ ไม่เคลื่อนที่
  • ตัวอย่าง: สำนักงานใหญ่ ต่อ สาขา

2. Remote Access VPN:

  • User ต่อ Server
  • เหมาะกับ Mobile User
  • ใช้ Work From Home
  • ตัวอย่าง: พนักงานต่อ VPN จากบ้าน

VPN ประเภทเพิ่มเติม:

  • Extranet VPN - คนนอกองค์กรเข้ามา
  • DMVPN - หลายสาขาต่อถึงกัน
  • Internet over VPN - อินเทอร์เน็ตผ่าน VPN
8

VPN Protocols ที่ควรรู้

Protocols หลัก:

Protocolความปลอดภัยหมายเหตุ
PPTPต่ำเก่า ไม่แนะนำ
L2TPปานกลางใช้กับ IPSec
IPSecสูงมาตรฐานองค์กร
SSL/HTTPSสูงใช้ผ่าน Browser
GREต่ำใช้ทำ Tunnel
NHRP-ใช้กับ DMVPN

IPSec มีครบถ้วน:

  • Encryption (เข้ารหัส)
  • Authentication (ยืนยันตัวตน)
  • Integrity (ตรวจสอบความถูกต้อง)

แนะนำ: ใช้ IPSec สำหรับองค์กร

9

สรุปสิ่งที่ต้องจำ

Private IP (ต้องจำ!):

  • 10.x.x.x
  • 172.16-31.x.x
  • 192.168.x.x

NAT 3 แบบ:

  1. Static NAT = 1:1 Fix
  2. Dynamic NAT = 1:1 Random
  3. PAT = 1:Many (ใช้มากที่สุด)

VPN 2 ประเภท:

  1. Site-to-Site = Router ต่อ Router
  2. Remote Access = User ต่อ Server

ข้อสอบมักถาม:

  • ดู IP แล้วบอกว่า Private หรือ Public
  • NAT แต่ละแบบต่างกันยังไง
  • VPN มีข้อดีอะไร

สรุป

NAT และ VPN เป็นพื้นฐานสำคัญของ Network Security ที่นักศึกษา IT ต้องเข้าใจ จำ Private IP 3 ชุด (10, 172.16-31, 192.168) ให้แม่น เข้าใจว่า NAT มี 3 แบบ และ VPN ช่วยให้ทำงานจากที่ไหนก็ได้อย่างปลอดภัย

คำถามที่พบบ่อย

Q Public IP 1 ตัว รองรับได้กี่ Session?

ประมาณ 65,000 Session ถ้าใช้ PAT แต่ถ้าองค์กรใหญ่ (มหาวิทยาลัย, โรงงาน) ควรมี Public IP หลายตัว

Q เปิด Hotspot ให้เพื่อน เป็นการทำ NAT แบบไหน?

เป็น PAT (Port Address Translation) แบบ One-to-Many คือใช้ Public IP ตัวเดียวแชร์ให้หลายคน โดยแยกด้วย Port

Q ทำไม Private IP ถึงออกอินเทอร์เน็ตไม่ได้โดยตรง?

เพราะ Private IP ถูกกำหนดให้ใช้เฉพาะใน LAN เท่านั้น (RFC 1918) Router บน Internet จะไม่ Route IP เหล่านี้ ต้องมี NAT แปลงเป็น Public IP ก่อน

Q Static NAT กับ Dynamic NAT ต่างกันยังไง?

Static NAT จับคู่ตายตัว ใครคู่ไหนคู่นั้น ส่วน Dynamic NAT จับคู่แบบสุ่ม ใครเปิดก่อนได้ก่อน แต่ทั้งคู่เป็นแบบ 1:1 เหมือนกัน

NAT VPN Private IP RFC 1918 PAT Network Theory IT Education